Care the Wild “ปลูกป้อง” สร้างป่าด้วยใจ เพื่อสร้างสมดุลย์ในระบบนิเวศ

ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อื่น ๆ  เพราะป่าไม้มีประโยชน์ทั้งการเป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัยสี่  คือ  อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคสำหรับมนุษย์ และยังมีประโยชน์ในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม     มีส่วนในการควบคุมสภาวะอากาศ ป่าไม้ช่วยบรรเทาความรุนแรงของลมพายุและป้องกันอุทกภัย โดยช่วยลดความเร็วของลมพายุที่พัดผ่านได้ตั้งแต่  11-44% ตามลักษณะของป่าไม้แต่ละชนิด  จึงช่วยให้บ้านเมืองรอดพ้นจากวาตภัยได้ ซึ่งเป็นการป้องกันและควบคุมน้ำตามแม่น้ำไม่ให้สูงขึ้นมารวดเร็วล้นฝั่งกลายเป็นอุทกภัย นอกจากนี้ ป่าไม้ช่วยป้องกันการกัดเซาะและพัดพาหน้าดิน  จากน้ำฝนและลมพายุโดยลดแรงปะทะลงการหลุดเลื่อนของดินจึงเกิดขึ้นน้อย และยังเป็นการช่วยให้แม่น้ำลำธารต่าง ๆ  ไม่ตื้นเขินอีกด้วย  นอกจากนี้ป่าไม้เป็นเสมือนเครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ  จึงนับว่ามีประโยชน์ในทางยุทธศาสตร์ด้วย เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งให้มนุษย์ได้ศึกษาหาความรู้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์จำนวนมาก

ป่าไม้ถูกทำลายลงไปมาก ๆ  ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ  เช่น  สัตว์ป่า  ดิน  น้ำ  อากาศ  ฯลฯ กล่าวคือ เมื่อป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำถูกทำลาย  จะส่งผลไปถึงดินและแหล่งน้ำด้วย  เพราะเมื่อเผาหรือถางป่าไปแล้ว  พื้นดินจะโล่งขาดพืชปกคลุม  เมื่อฝนตกลงมาก็จะชะล้างหน้าดินและความอุดมสมบูรณ์ของดินไป  นอกจากนั้นเมื่อขาดต้นไม้คอยดูดซับน้ำไว้น้ำก็จะไหลบ่าท่วมบ้านเรือน และที่ลุ่มในฤดูน้ำหลาก  พอถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำซึมใต้ดินไว้หล่อเลี้ยงต้นน้ำลำธารทำให้แม่น้ำมีน้ำน้อย  ส่งผลกระทบต่อมาถึงระบบเศรษฐกิจและสังคม  

 

สถานะป่าไม้ในประเทศ : ใน ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าในประเทศไทยมีจำนวนคงที่ คือ 102 ล.ไร่ หรือร้อยละ 31.5 ของประเทศ (ประเทศไทยมีพื้นที่ 322 ล.ไร่) ทั้งนี้ หากต้องคงความสมดุลย์ของสิ่งแวดล้อม ไว้ประเทศไทยควรมีพื้นที่ป่า ร้อยละ 40 (128 ล. ไร่) (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12) เพื่อให้เกิดพื้นที่ป่าที่แท้จริง ภาครัฐได้มีมาตรการสำคัญที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ 1) การดูแลรักษาป่าอนุรักษ์ให้คงอยู่ และ 2) การเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมการปลูกป่าภาครัฐ ป่าชุมชน ป่าคทช. และป่าภาคเอกชน

 

โครงการ Care the Wild ถือเป็น Collaboration Platform โครงการ Care the Wild จะเป็นการระดมทุนเพื่อสร้างป่า ด้วยการปลูกป่าใหม่ ปลูกป่าเสริม และส่งเสริมการดูแลป่า โดยผ่านภาคีเครือข่ายการปลูกป่า

 ทั้งนี้ เป็นการต่อยอดโครงการ Care the Bear (Care the Bear. : เป็นการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำกิจกรรม (Carbon Footprint Event) ที่องค์กร หน่วยงาน สถาบันการเงิน บริษัทจำกัด และบริษัทจดทะเบียน กว่า 30++ ราย ร่วมดำเนินการ ซึ่งผลของการลดการปลดปล่อยก๊าซจะถูกแปลงค่า ให้เป็นสถิติจำนวนต้นไม้ ทั้งนี้ จำนวนต้นไม้ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะถูกนำไปใช้อ้างอิงเพื่อการขยายผล เป็นการระดมทุนเพื่อการปลูกป่าจริงในที่สุด)

 

โครงการ Care the Wild นำทัพผู้ปลูก ด้วยสัญลักษณ์ ช้างรักษ์ป่า “พี่ปลูกป้อง” ที่เชิญชวนเข้ามา “ปลูก” ไม้ และเข้าใจเรื่องราวของป่าไม้ รวมทั้ง เชิญชวนร่วมกันปก “ป้อง” ป่าที่ปลูก ให้เติบโตจากไม้ สู่ความเป็นผืนป่าอย่างแท้จริง

 

โครงการเน้น 1) กระบวนการในการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มต้นจาก “ป่าไม้”              

2) ความมีส่วนร่วมของผู้ร่วมโครงการ

3) กระบวนการติดตาม ประเมินผลการปลูก และร่วมดูแลป่าไม้

4) กระบวนการร่วมขยายผลที่เกิดจากป่า และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

 

ผู้ร่วมโครงการ สามารถเป็นองค์กรทุกประเภท ที่ต้องการ 1) มีส่วนร่วมในการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จากต้นทางของสมดุลย์ระบบนิเวศน์ ด้วยการสร้างพื้นที่ป่า 2) ร่วมบริหารจัดการและเรียนรู้ธรรมชาติ จากป่า โดยเน้นความมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับชั้น 3) พัฒนาทักษะ (skill) ใหม่ ๆ ด้านความยั่งยืน การพัฒนาชุมชน และความรู้ด้านวิถีธรรมชาติ ให้พนักงานและสมาชิกห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง

 

รูปแบบโครงการ :

ผู้ร่วมโครงการ สามารถร่วมเป็น Active Sponsor – ทีมปลูกป้อง ด้วยการบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนในการปลูกไม้ และดูแลป่าไม้ ผ่าน Application โดยเลือกพื้นที่ป่าที่สนใจ โดยเป็นการปลูกไม้ ต้นละ 200 บาท  หรือท่านสามารถประสานมายังโครงการได้โดยตรง

สิ่งที่โครงการสนับสนุน :

  1. ข้อมูลการร่วมปลูก และปกป้อง การเติบโตของป่า ผ่าน Application : Care the Wild
  2. การคำนวณการร่วมดูซับคาร์บอนจากการปลูกป่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถนำไปรายงานในรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทได้
  3. ออกแบบกิจกรรม เพื่อการมีส่วนร่วม โดยทางโครงการให้คำปรึกษา และร่วมออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
  4. ในการกรณีที่ท่าน ให้การสนับสนุนเต็มพื้นที่ จะได้รับการประชาสัมพันธ์
  5. การบริจาคทุก ๆ กรณี สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

 

ผลลัพธ์ที่ได้

  1. องค์กรของท่าน มีสถานะเป็นแนวร่วมในปฏิบัติการตาม UN SDG 13 Climate Action และอันเป็นการสร้างจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) และความยั่งยืน (Sustainability)
  2. องค์กรและพนักงาน ได้เรียนรู้ และพัฒนาแนวคิด เกี่ยวกับสมดุลย์สิ่งแวดล้อม รวมทั้ง อาจขยายผลเป็นกิจกรรมสร้างทีม หรือการออกแบบอื่น ๆ ที่เป็นนวตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
  3. องค์กรมีส่วนในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง ด้วยการปลูกป่า
  4. องค์กร สามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริจาคนี้ ไปขอคืนภาษีได้ (หากเป็นการร่วมปลูกป่าชุมชน) หรือจากใบเสร็จจากการบริจาค

 

 

(ผู้ที่สนใจในการร่วมสร้างผืนป่าร่วมกับโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง” สร้างป่าด้วยใจ เพื่อสร้างสมดุลย์ในระบบนิเวศ สามารถติดต่อได้ที่  ของเว็บไซต์ SET Social Impact ร่วมเป็นสื่อกลางในการสร้างป่าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี)

ผู้เข้าชม  144