ป่าชุมชนบ้านหลังเขา

บ้านหลังเขา หมู่ที่ 6 ต.หนองกร่าง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

“ป่าศักยภาพพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ”

 

พื้นที่ปลูก : 20 ไร่ พื้นที่ปลูกป่าอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ได้รับการดูแลจากคณะกรรมการ และราษฎร อยู่ใกล้ชุมชนและบ่อบาดาล
สามารถเข้าไปบำรุงดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกได้สะดวก
พันธุ์ไม้ที่ต้องการจะปลูก :
- ไม้ป่ายืนต้น ได้แก่ มะค่าโมง พะยูง ประดู่ แดง
- พืชวนเกษตร และไม้ผล ได้แก่ มะม่วง เงาะ ขนุน มะขาม มะพร้าว

__________________________________________________________________

เนื้อที่ป่าชุมชน : 2,670-0-79 ไร่
สถานะป่า : ป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562
ระยะทางจากกรุงเทพ : 171 กิโลเมตร
ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพ : 2 ชั่วโมง 42 นาที

__________________________________________________________________

 

การสนับสนุนจากองค์กรภาคธุรกิจ

 

 

Care the Wild “ปลูกป้อง”  รีบปลูก แปลงที่ 5 ของฤดูปลูกปี 65 ผนึก บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่า 10 ไร่
ณ ป่าชุมชนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รวมพื้นที่ปลูกแล้ว 138 ไร่ พร้อมเดินหน้าปลูกเพิ่มต่อเนื่องเกือบ 200 ไร่ ในฤดูปลูกปีนี้

คุณวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณอัศวิน รองหานาม รองประธานสายงานจัดซื้อจัดจ้าง
คุณพงษ์ลดา อินทวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ 
ฝ่ายกิจการเพื่อสังคม นำทีมพนักงาน บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)” (ASW) กว่า 30 คน  และพันธมิตร
คุณนงรัก งามวิทย์โรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ  ทีมผู้บริหารของกรมป่าไม้ คุณนันทนา บุณยานันต์  ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน  คุณประทีป เอกฉันท์ 
ผู้อำนวยศูนย์ป่าไม้กาญจนบุรี และชุมชนเข้มแข็ง นำทีมโดยประธานกรรมการป่าชุมชน ธนกรณ์ รุ่งเรือง
ร่วมกิจกรรมนำร่องปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า 10 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

 

 

 

ASW  ดำเนินธุรกิจโครงการที่อยู่อาศัยบ้านและคอนโดมีเนียม ภายใต้แบรนด์  Atmoz, Kave, Modiz, Wynn เป็นต้น ด้วยแนวคิด “GrowGreen”
คือวิถีการดำเนินธุรกิจที่เกิดจากความตั้งใจในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสังคมที่เกื้อหนุนให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืน สนับสนุนโครงการ Care the Wild เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

  

“ที่นี่โชคดีมากที่มีชุมชนเข้มแข็ง มีพระอาจารย์ผู้ศรัทธาดูแลป่า เป็นผู้นำชุมชน ทั้งยังมีกลุ่มชาวบ้านที่มีจิตใจหวงแหนผืนป่า
มีความอยากเป็นเจ้าของป่าชุมชน คือเขามองว่าพวกเขาเป็นเจ้าของป่า เขาต้องดูแลป่า
เพื่อที่ป่าจะดูแลเขาในอนาคต เพราะสามารถเก็บผลผลิตจากป่าได้ ตรงนี้เป็นการเกื้อกูลระบบนิเวศซึ่งกันและกัน”
คุณวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

 

 

สร้างระบบนิเวศที่สมดุลและประโยชน์ในการลดปัญหาโลกร้อน  20 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านหลังเขา โดยเริ่มปลูกในปีนี้ 10 ไร่ และปลูกต่อเนื่องอีก 10 ไร่
ในฤดูปลูกของปีหน้า สอดรับกับแนวคิดและวิถีการดำเนินธุรกิจ และยังสร้างประโยชน์ให้เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติแก่ชุมชนในระยะยาวอีกด้วย

 


 

กิจกรรมปลูกต่อเนื่องปีที่ 2  พื้นที่ 10 ไร่  รวมพื้นที่ปลูก 20 ไร่  : 15 กรกฎาคม 2566

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม  2566 บมจ.แอสเซทไวส์ " ปลูก ปกป้อง " ป่าชุมชนบ้านหลังเขา จ.กาญจนบุรี เพิ่มต่อเนื่องปีที่ 2 ต้นไม้รวมกว่า 4,000 ต้น ด้วยพันธุ์ไม้กว่า 17 ชนิด บนพื้นที่รวม 20ไร่  ( ในปี  2565 ปลูกต้นไม้ 10 ไร่ และ ปี 2566 ปลูกต้นไม้เพิ่ม 10 ไร่)  เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมดุล ลดปัญหาโลกร้อน และสร้างประโยชน์ให้เป็นแหล่งอาหารแก่ชุมชนในระยะยาว

โดยกิจกรรมปลูกครั้งนี้ ทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของบมจ.แอสเซทไวส์ บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโดยคุณวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริการ  พร้อมสมาชิกชุมชนและเยาวชนจากโรงเรียนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ (จ.กาญจนบุรี) รวมกว่า 80 คน ได้ร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้ ให้ได้ผืนป่าอย่างแท้จริงบนพื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้ 2  

ภายในกิจกรรมปลูก มีคุณประลอง ดำรงค์ไทย อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิคณะทำงานฯ โครงการ Care the Wild พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานบมจ.แอสเซทไวส์ นำโดยคุณวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมนำนักเรียนโรงเรียนบ้านหลังเขากว่า 30 คนร่วมเรียนรู้การปลูกและการดูแลต้นไม้  เพื่อปลูกจิตสำนึกรักต้นไม้แก่เยาวชนรุ่นหลัง

บมจ.แอสเซทไวส์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมให้เกิดความยั่งยืนด้วยนโยบาย Growgreen ด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท 5 แกนหลัก ซึ่งกิจกรรมคือ “ปลูกต้นไม้ให้ได้ผืนป่า” โครงการ Care the Wild "ปลูกป้อง" Plant & Protect ตอบสนองในแกนหลักของ Green Space และ Clean Air และยังสอดคล้องกับโครงการ “Plant for the Planet ปลูกเพิ่มเพื่อลดอุณหภูมิ” ของบริษัทที่มุ่งสร้างความสุขของการอยู่อาศัยของลูกบ้านด้วยสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้อยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน

 

แปลงปลูกนี้มีการติดตั้งระบบน้ำหยดช่วยรดต้นไม้ในช่วงฝนทิ้งช่วงยาวนาน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นทางอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดต้นไม้ต้องรอดตาย 100% เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากผืนป่าซึ่งเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาร์เก็ต และเป็นโรงเรียนธรรมชาติให้กับเยาวชนได้ศึกษา เพื่อสืบทอดเป็นมรดกสู่ลูกหลานต่อไป

ผลลัพธ์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 

ป่าชุมชนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ Care the Wild มีเนื้อที่ป่าชุมชนกว่า 2,670 ไร่ และหากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนที่ยังไม่ได้รับจัดตั้งเป็นป่าชุมชน สภาพพื้นที่ค่อนข้างเสื่อมโทรม จากการถูกบุกรุก ทั้งยังเกิดไฟป่านับครั้งไม่ถ้วน จนที่สุดชาวบ้านจำนวนหนึ่งจึงลุกขึ้นมาปกป้องดูแล พร้อมกับฟื้นฟูต้นไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ผลักดันจนสามารถก่อตั้งเป็นป่าชุมชนได้ในปี พ.ศ. 2545 และมีสถานะเป็นป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562  ส่งผลให้เกิดประโยชน์กับชุมชนทั้งช่วยลดความแห้งแล้งของผืนป่า ยังได้ใช้ประโยชน์และเป็นแหล่งอาหารทั้งบริโภคเองและเป็นรายได้  เช่น หน่อไม้ พืชผลไม้จากป่า เห็ด เป็นต้น 


ติดตามผลปลูกแปลงที่ 1 ( 10 ไร่ )  ครั้งที่ 1  :  22  สิงหาคม  2566

แปลงปลูกที่ 1  ปลูกต้นไม้กว่า 2,000 ต้น โดยประเภทไม้ป่า ได้แก่ กระถินณรงค์ กระพี้จั่น คูน จามจุรี แดง พะยูง มะค่าแต้ มะค่าโมง พืชเกษตร ได้แก่มะขาม มะขามป้อม มะขามเปรี้ยว สะเดา ไม้ผลได้แก่ มะม่วง หว้า และไม้ดอก เช่น หางนกยูง และอินทรีย์

อัตราการเติบโตโดยรวมเฉลี่ยความสูงของต้นไม้ประมาณ 54  cm  สัดส่วนอัตรารอดของต้นไม้ 100 % โดยประเภทต้นไม้ที่เติบโตดี ได้แก่ หางนกยูง และต้นอินทรีย์  โดยชุมชนมีการดูแลบำรุงรักษาต้นไม้สม่ำเสมอมีการพรวนดิน ใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืช โดยกำหนดเป็น 2 ครั้งในช่วงต้นฤดูฝน และสิ้นฤดูฝนก่อนฤดูแล้งเพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในป่าให้น้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยป้องกันเกิดไฟป่าด้วย พร้อมทั้งมีการทำแนวกันไฟรอบแปลงปลูกด้วย

สำหรับการจัดหาแหล่งน้ำมีการจัดหาอุปกรณ์ท่อน้ำเป็นระบบน้ำหยดวางกระจายทุกแนวปลูก โดยดึงน้ำจากแหล่งธรรมชาติ (ห้วยน้ำ)  และบ่อบาดาล รดต้นไม้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งในช่วงขาดฝน


 

ติดตามผลปลูกแปลงที่ 2 ( 10 ไร่ )  ครั้งที่ 1  :  25  กันยายน  2566

แปลงปลูกที่ 2  ปลูกต้นไม้จำนวน 2,000 ต้น โดยประเภทต้นไม้ที่ปลูก ประกอบด้วย ไม้ป่า ได้แก่  มะค่าโมง ตะเคียน แคนา มะฮอกกานี  ยางนา แดง สักประดู่ป่า รัง มะหาดและพฤกษ์  พืชเกษตร ได้แก่ มะขามป้อม มะขามเปรี้ยว  และไม้ดอก ได้แก่ หางนกยูง

อัตราการเติบโตโดยรวมเฉลี่ยความสูงของต้นไม้ประมาณ 30 - 40  cm  สัดส่วนอัตรารอดของต้นไม้ 100 % โดยประเภทต้นไม้ที่เติบโตดี ได้แก่ มะค่าโมงและมะขามป้อม  โดยแปลงปลูกนี้มีกระบวนการทำงานของชุมชนในการปลูกและดูแลการเตรียมพื้นที่ ทั้งการสำรวจรังวัด การถางเก็บริบสุมเผา การเตรียมกล้าไม้  การเตรียมหลักปัก การเตรียมหลุมปลูกสำหรับกิจกรรมปลูกของผู้สนับสนุนร่วมกับชุมชนกรจัดทำระบบน้ำหยดในพื้นปลูกรองรับช่วงฝนขาดช่วง  และการบำรุงรักษาหลังปลูก  ชุมชนมีการดูแลบำรุงรักษาต้นไม้สม่ำเสมอมีการพรวนดิน ใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืช

 

_____________  ภาพการดำเนินงาน  _____________

1.การประชุมชี้แจง

2.การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม

3.การสํารวจรังวัดและปักหลักแนวเขต

4.การถาง เก็บ ริบ สุมเผา

5. การเตรียมหลัก

6.การปักหลักหมายจุดปลูก

7. การกล้าไม้

8. การเตรียมหลุมปลูก

9.ปลูกต้นไม้

10. การบํารุงรักษาต้นไม้

11.การกําจัดวัชพืช

12. การจัดทําระบบน้ำ





(ผู้ที่สนใจในการร่วมสร้างผืนป่าร่วมกับโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง” สร้างป่าด้วยใจ เพื่อสร้างสมดุลในระบบนิเวศ
สามารถติดต่อได้ที่ 
 ของเว็บไซต์ SET Social Impact ร่วมเป็นสื่อกลางในการสร้างป่าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี)

ผู้เข้าชม  1323