Social Business Matching Day - ธัญญโอสถ วิสาหกิจเพื่อสังคม

 

“ธัญญโอสถ วิสาหกิจเพื่อสังคม” 
พัฒนา “ข้าวหอมยั่งยืน” เพื่อผู้บริโภคถ่ายทอดองค์ความรู้สร้าง “โคตรชาวนา” ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน “Social Business Matching Day: The Impact Opportunity#1” เมื่อวันที่ 24- 25 ก.พ. 2565  เชื่อมโยงภาคธุรกิจที่มีประสบการณ์กับผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อนำไปสู่การหาแนวทางการสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจร่วมกัน  (Business Partner) โดยคัดเลือกผู้ประกอบการทางสังคมใน SET Social Impact Platform ที่อยู่ในขั้น Growth Stage สามารถสร้างผลลัพธ์ทางสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมในด้านเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมบริการแก่ผู้สูงอายุ

ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ร่วมนำเสนอแผนธุรกิจยกระดับเกษตรกรไทยคือ พลรชฏ เปียถนอม ผู้ก่อตั้ง บริษัท ธัญญโอสถ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ส่งเสริมการพัฒนาข้าวหอมมะลิของไทยในรูปแบบของ “ข้าวหอมยั่งยืน” อย่างเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว การสีข้าว การบรรจุ การพัฒนาสินค้าตามมาตรฐานสากล ให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพเพื่อส่งต่อให้กับผู้บริโภคชาวไทย และส่งออกไปต่างประเทศ

ข้าวหอมมะลิไทยไม่ได้รับความนิยมในตลาดโลก: ประเทศไทยสูญเสียแชมป์การเป็นผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิอันดับหนึ่งของโลก เพราะขาดการพัฒนาคุณภาพข้าวอย่างต่อเนื่อง มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ที่ส่วนใหญ่ยังยากจน มีหนี้สิน

วิถีเกษตรแนวใหม่สร้างความหลากหลายในพื้นที่: “ธัญญโอสถ” ส่งเสริมและสร้างเครือข่ายให้เกษตรกรไทยปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการทำนาเชิงเดี่ยว มาเป็นการทำนาสวนผสม มีการขุดบ่อเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ ทำสวนผลไม้ควบคู่ไปกับการปลูกข้าว ทำคันนา และปลูกไม้เบญจพรรณล้อมรอบ ให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ แบบประณีต พัฒนาการผลิต “ข้าวหอมยั่งยืน”

 

“ข้าวหอมยั่งยืน” ต้อง หอม ยาว ขาว นุ่ม อร่อย  พลรชฏ เปียถนอม ผู้ก่อตั้ง บริษัท ธัญญโอสถ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มองว่า คุณภาพของข้าวหอมมะลิที่ดีต้อง “หอม ยาว ขาว นุ่ม อร่อย” เป็นข้าวออร์แกนิก ที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับค่าความชื้น แต่ให้ความสำคัญกับค่าความหอม (ppm) ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ค่าแป้งต่ำ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

เก็บเกี่ยว “ข้าวหอมยั่งยืน” เน้นคงคุณค่าความหอม: “ข้าวหอมยั่งยืน” เป็นผลผลิตที่ได้จากเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจากธัญญโอสถ โดยจะเก็บเกี่ยวในระยะข้าวเม่า อายุ 22 -25 วันหลังจากดอกข้าวบาน รับซื้อข้าวเปลือกเขียว มีการประกันราคาเอาไว้ล่วงหน้าที่กิโลกรัมละ 19 – 22 บาท นำมาผ่านการอบ การสีข้าว เก็บ และบรรจุด้วยห่วงโซ่ความเย็นที่ต่างจากการสีข้าวทั่วไป ลดการสูญเสีย ทำให้ได้ข้าวที่ยังคงค่าความหอม (ppm) วิตามินและแร่ธาตุในระดับสูง โดยสินค้า “ข้าวหอมยั่งยืน” มีด้วยกันสองแบบคือ ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิก สำหรับนำไปหุง และข้าวต้มพร้อมรับประทาน

 

 

สร้าง “โคตรชาวนา” 4,000 ครอบครัว: “ธัญญโอสถ” ตั้งเป้าที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีรายได้ 300,000 บาทต่อปี สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลูก “ข้าวหอมยั่งยืน” ให้ได้ 4,000 ครอบครัวใน 22 จังหวัดภายในปี พ.ศ. 2573 จากปัจจุบันที่มีเกษตรกรในเครือข่ายอยู่ประมาณ 380 ครัวเรือน ผลผลิตประมาณ 700 ตัน ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ ซึ่งการเปลี่ยนวิถีการทำนาต้องใช้เวลาในการให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ และทดลองทำ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลานานอาจจะถึง 3 ชั่วอายุคน

พลรชฏกล่าวว่า “ในการทำธุรกิจก็เพื่อหวังให้มีความมั่งคั่ง ส่วนทำการเกษตรก็อยากเห็นความยั่งยืน สิ่งที่เราต้องมีเหมือนกันคือ สินค้าที่มันทำให้เราไม่เป็นโรคปลอดภัย เราต้องการพัฒนาข้าวคุณภาพไปส่งออกทั่วโลก ให้ได้มาตรฐานต่างประเทศ เป็นข้าวหอมยั่งยืน ข้าวหอมมะลิที่ประเทศไทยเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลก”

บริษัท ธัญญโอสถ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ยังคงมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่จะมาช่วยสนับสนุนเงินทุน ช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนพัฒนาแนวทางการอบรมเกษตรกรในเครือข่าย ที่จะต้องใช้เวลาในการสร้างให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 

ภาคธุรกิจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมยกระดับเกษตรไทยกับธัญญโอสถ
✓ สนับสนุนเงินทุนพัฒนาชาวนา 
✓ สนับสนุนช่องทางการจำหน่าย 
 
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.setsocialimpact.com หรือ .facebook.com/neramitkasetfarm
___

#SETSocialimpact
#SETSE
#ข้าวหอมยั่งยืน #ธัญญโอสถ

 

 

 

 

 

 

ผู้เข้าชม  264